เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับคุณภาพอากาศ

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับคุณภาพอากาศ

เครื่องวัดคุณภาพอากาศ

หากเรายังจำกันได้ ในวันวานที่นั่งเรียนในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ หรือในภาพยนตร์ที่มักจะมีคนใส่แว่นและเสื้อกราวน์สีขาวและแว่นหนาเตอะสาละวนอยู่กับเครื่องวัดคุณภาพอากาศหรือการหยิบสารอันนั้นอันนี้มาผสมกัน ในชีวิตจริงของนักวิทยาศาสตร์ก็มีห้องปฏิบัติการเช่นนี้อยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็นในสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หรือองค์กรเอกชนที่ต้องมีการวิจัยทดลองในห้องปฏิบัติการหรือคุณภาพอากาศอยู่ วันนี้เรามาลองดูเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับคุณภาพอากาศกันดีกว่า 

1.คุณภาพอากาศ เกิดมาจากนักเล่นแร่แปรธาตุและนักปรุงยา 

เรียกได้ว่าการปรากฏครั้งแรกๆของ “ห้องปฏิบัติการ” ซึ่งถูกบันทึกในภาษาอังกฤษนั้นเกี่ยวข้องกับการเล่นแร่แปรธาตุ และการเตรียมยา ซึ่งหมายความว่าก่อนหน้านี้มีการค้นหา ค้นคว้าเรื่องราวของเคมีธาตุในธรรมชาติมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 13-14 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับ “วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ” หรือที่กลายเป็นวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีวิทยาต่อมา ดังนั้นเทคนิคในห้องปฏิบัติการคือขั้นตอนทั้งหมดซึ่งถูกใช้ในวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ เช่น เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ เพื่อทำการทดลอง โดยเทคนิคทั้งหมดนั้นทำตามระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยมีบางส่วนซึ่งใช้เครื่องมือที่มีความซับซ้อนตั้งแต่เครื่องแก้วที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงเครื่องมือไฟฟ้า 

2.เครื่องมือที่ใช้ 

เครื่องมือ หรือเครื่องวัดคุณภาพอากาศ คือเครื่องมือต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ขณะทำงานในห้องปฏิบัติการ เครื่องมือหรือเครื่องวัดคุณภาพอากาศแบบดั้งเดิมได้แก่อุปกรณ์ เช่น ตะเกียงบุนเซน และกล้องจุลทรรศน์ รวมไปถึงเครื่องมือเฉพาะ เช่น สเปกโทรโฟโตมิเตอร์ และ แคลอรีมิเตอร์ ในส่วนของแล็ปที่เป็นห้องปฏิบัติการเคมี เครื่องแก้วที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ เช่น บีกเกอร์ หรือ ขวดใส่สารเคมี ส่วนของห้องปฏิบัติการอณูชีววิทยาและชีววิทยา มักจะมี พอลิเมอร์ เครื่องหมุนเหวี่ยง เชคเกอร์ และ เครื่องผสม ปิเปตต์ Thermalcyclers (ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรส) เครื่องวิเคราะห์สารละลาย ตู้เย็น ตัวทำปฏิกิริยา ตู้สารเคมี เครื่องชั่ง 

โดยปกติเครื่องมือในห้องปฏิบัติการ หรือ เครื่องวัดคุณภาพอากาศ จะถูกใช้สำหรับทำการทดลอง ไม่ก็ทำการวัดเพื่อเก็บข้อมูล เครื่องมือที่ใหญ่และละเอียดกว่าถูกเรียกว่าเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ทั้งเครื่องมือในห้องปฏิบัติการและเครื่องมือวิทยาศาสตร์นั้นถูกออกแบบและเผยแพร่ผ่านหลักการโอเพนซอร์ซฮาร์ดแวร์มากขึ้น 

3.ความปลอดภัย 

สภาพภายในห้องปฏิบัติการบางแห่งนั้นไม่ได้อันตรายไปกว่าห้องอื่นๆ ทว่าในคุณภาพอากาศบางที่นั้นอาจมีอันตรายอยู่ โดยอันตรายในห้องปฏิบัติการนั้นมีหลายแบบข้นอยู่กับสิ่งที่ถูกศึกษาในคุณภาพอากาศ เหล่านั้นอาจรวมไปถึงพิษ จุลชีพก่อโรค วัตถุไวไฟ สารที่ระเบิดได้ หรือวัสดุการสลายให้กัมมันตรังสี  เครื่องจักร อุณหภูมิสูงหรือต่ำมาก เลเซอร์ สนามแม่เหล็กแรงสูง หรือ ไฟฟ้าแรงสูง ในห้องปฏิบัติการซึ่งอาจมีอันตราย การระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญ กฎในห้องปฏิบัติการนั้นถูกกำหนดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลถูกใช้เพื่อปกป้องผู้ใช้ห้องปฏิบัติการจากการบาดเจ็บหรือเพื่อช่วยขณะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน  

สำนักงานบริหารงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย(OSHA) ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเห็นถึงลักษณะพิเศษของการทำงานในห้องปฏิบัติการ ได้สร้างมาตรฐานสำหรับความเสี่ยงต่อสารเคมีอันตรายในห้องปฏิบัติการ โดยปกติแล้วมาตรฐานนี้ถูกเรียกว่า “มาตรฐานห้องปฏิบัติการ” ภายใต้มาตรฐานนี้ ห้องปฏิบัติการต้องสร้าง แผนสุขอนามัยสารเคมี (CHP) ซึ่งจัดการกับอันตรายเฉพาะจุดและวิธีควบคุมอันตรายเหล่านั้น 

จะเห็นได้ว่าห้องปฏิบัติการที่เริ่มมีมาตั้งแต่การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ อาศัย เครื่องวัดคุณภาพอากาศ แบบดั้งเดิมมาจนถึงปัจจุบัน เช่น ตะเกียงบุนเซน กล้องจุลทรรศน์ เครื่องแก้วที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ เช่น บีกเกอร์ หรือ ขวดใส่สารเคมี หรือตู้ใส่สาร และแม้ว่าปัจจุบันการทดลองในห้องปฏิบัติการจะมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยขึ้นก็ยังคงไว้ซึ่ง เครื่องวัดคุณภาพอากาศ แบบดั้งเดิมบางอย่าง อย่างไรก็ตาม PICO ของเรามีเครื่องวัดคุณภาพอากาศทุกอย่างที่ประสงค์ และยังปลอดภัยได้มาตรฐานอีกด้วย สนใจเข้าไปดูได้ที่ pico.co.th

Comments are closed.